1. ท่อน้ำทิ้งอุดตัน (สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด)
เมื่อเปิดแอร์ ความชื้นในอากาศจะกลั่นตัวเป็นน้ำและไหลออกทางท่อน้ำทิ้ง หากท่ออุดตันจากฝุ่น ตะไคร่ หรือสิ่งสกปรก น้ำจะระบายไม่ออกและล้นกลับเข้ามาหยดจากตัวเครื่อง
สังเกตอาการ
น้ำหยดจากตัวเครื่องภายในบ้าน
มีน้ำขังในถาดรองน้ำ
บางครั้งมีกลิ่นอับร่วมด้วย
2. แผ่นกรองอากาศสกปรก
แผ่นกรองที่เต็มไปด้วยฝุ่นจะทำให้อากาศไหลผ่านได้ไม่ดี ส่งผลให้คอยล์เย็นเย็นจัดจนเกิดน้ำแข็ง เมื่อเครื่องหยุดทำงาน น้ำแข็งละลายและไหลออกมาเป็นน้ำหยด
วิธีป้องกัน
ล้างแผ่นกรองทุก 2–4 สัปดาห์
หากใช้งานทุกวันหรือมีสัตว์เลี้ยง ควรทำความสะอาดบ่อยขึ้น
3. ถาดรองน้ำแตกร้าว
ถาดรองน้ำมีหน้าที่รองรับน้ำที่เกิดจากการควบแน่น หากเกิดรอยร้าวหรือชำรุด น้ำจะรั่วออกมาก่อนจะไหลเข้าสู่ท่อน้ำทิ้ง
สังเกตอาการ
น้ำหยดเฉพาะบางตำแหน่ง
แม้ล้างแอร์แล้วก็ยังมีน้ำรั่ว
4. ติดตั้งแอร์ไม่สมดุล
หากตัวเครื่องเอียงผิดทิศทาง น้ำจะไม่ไหลเข้าสู่ท่อน้ำทิ้งตามปกติ แต่จะย้อนกลับมาหยดภายในห้องแทน
มักพบในกรณี
เพิ่งติดตั้งใหม่
เพิ่งย้ายตำแหน่งแอร์
ขายึดเริ่มหลวมจากการใช้งานเป็นเวลานาน
5. น้ำยาแอร์มีปัญหา
หากน้ำยาแอร์พร่องผิดปกติ อุณหภูมิของคอยล์เย็นอาจต่ำเกินไปจนเกิดน้ำแข็ง เมื่อเครื่องหยุดทำงาน น้ำแข็งจะละลายและกลายเป็นน้ำหยด
อาการร่วมที่อาจพบ
แอร์ไม่ค่อยเย็น
ใช้เวลานานกว่าจะเย็น
ค่าไฟสูงขึ้น
6. ใช้งานหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ในวันที่อากาศร้อนหรือมีความชื้นสูง แอร์จะผลิตน้ำจากการควบแน่นมากกว่าปกติ หากระบบระบายน้ำเริ่มมีสิ่งอุดตันเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้น้ำล้นออกมาได้
7. ไม่เคยล้างแอร์เป็นเวลานาน
ฝุ่น เชื้อรา และคราบสกปรกที่สะสมอยู่ภายในเครื่อง เป็นสาเหตุของทั้งกลิ่นอับ แอร์ไม่เย็น และปัญหาน้ำหยด
โดยทั่วไปควรล้างแอร์
บ้านพักอาศัย: ทุก 6 เดือน
หากเปิดใช้งานทุกวันหรือมีฝุ่นมาก: ทุก 3–4 เดือน
ควรติดต่อช่างหากพบอาการต่อไปนี้
- น้ำหยดต่อเนื่องแม้ล้างแผ่นกรองแล้ว
- แอร์ไม่เย็นร่วมกับมีน้ำหยด
- มีน้ำแข็งเกาะที่คอยล์เย็น
- มีเสียงผิดปกติจากตัวเครื่อง
- น้ำรั่วทุกครั้งที่เปิดใช้งาน
การปล่อยให้น้ำหยดเป็นเวลานาน อาจทำให้ฝ้าเพดาน ผนัง หรือพื้นเสียหาย และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมในอนาคต